เลือดสาดวงการแบงก์! Commonwealth Bank ฟันคออีก 119 ตำแหน่ง สัญญาณเตือนคนทำงานยุค AI ที่ต้องอ่านก่อนสาย

เมื่อ "งานมั่นคง" กลายเป็นคำที่ไม่มีอยู่จริงในพจนานุกรมธุรกิจสมัยใหม่
ลองนึกภาพตามผมนะครับ คุณตื่นเช้ามาในวันจันทร์ ชงกาแฟแก้วโปรด เปิดอีเมลขึ้นมาเช็กงาน แล้วก็เจอข้อความจากฝ่ายทรัพยากรบุคคลแจ้งว่า "ตำแหน่งของคุณอยู่ในรายชื่อที่ต้องปรับโครงสร้าง"
นี่คือฝันร้ายที่กำลังเป็นความจริงของพนักงานธนาคารใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของออสเตรเลียอย่าง Commonwealth Bank of Australia หรือที่คนในวงการเรียกสั้น ๆ ว่า CBA ซึ่งเพิ่งประกาศตัดตำแหน่งงานออกอีก 119 อัตรา ทั่วประเทศ และที่น่าสนใจคือ ในจำนวนนี้มี 43 ตำแหน่งจากธนาคาร Bankwest ซึ่ง CBA ซื้อกิจการมาตั้งแต่ปี 2008 รวมอยู่ด้วย
ที่สะเทือนใจกว่านั้นคือ การปลดครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่ CBA เพิ่งตัดตำแหน่งงานไปแล้ว 400 อัตรา ก่อนหน้านี้ และยังเกิดขึ้นไม่นานหลังจากปีที่แล้วที่ธนาคารแห่งนี้เลิกจ้างพนักงานคอลเซ็นเตอร์อีก 45 คน หลังนำระบบแชตบอตปัญญาประดิษฐ์มาใช้งานแทน
คำถามที่หลายคนกำลังคิดในหัวคือ "เกิดอะไรขึ้นกับโลกการทำงาน?" และที่สำคัญกว่านั้น "ฉันจะเอาตัวรอดได้อย่างไร?"
ถอดรหัสปรากฏการณ์ "องค์กรลดไขมัน" ที่กำลังระบาดทั่วโลก
ก่อนที่เราจะตื่นตระหนกหรือด่วนสรุปอะไร ลองมาเข้าใจกลไกเบื้องหลังการตัดสินใจของบริษัทยักษ์ใหญ่กันก่อน
CBA ในขณะนี้มีพนักงานทั่วประเทศประมาณ 49,000 คน และในปีที่ผ่านมาก็ยังเพิ่มจำนวนพนักงานขึ้นอีกกว่า 2,500 คน นั่นแปลว่าธนาคารแห่งนี้ไม่ได้กำลังจะล้มละลาย ไม่ได้ขาดทุนยับเยิน แต่กำลัง "ปรับสมดุลทรัพยากรบุคคล" ในแบบที่นักวิเคราะห์ธุรกิจเรียกว่า "การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง"
โฆษกของ CBA ให้เหตุผลในเชิงทางการว่า มีการเคลื่อนย้ายตำแหน่งงานอย่างต่อเนื่องผ่านการจ้างงานใหม่ การโยกย้ายภายใน และการสรรหาบุคลากรในสาขาความสามารถที่จำเป็นเร่งด่วน บางตำแหน่งกำลังเปลี่ยนแปลง บางตำแหน่งใหม่ถูกสร้างขึ้น และบางตำแหน่งกำลังลดลงเมื่อโครงการต่าง ๆ เสร็จสิ้น
ฟังดูเป็นภาษาทางการที่สวยหรู แต่ถ้าแปลเป็นภาษามนุษย์แบบตรงไปตรงมาก็คือ "งานบางประเภทกำลังจะหายไปตลอดกาล"
สามแรงบีบที่ทำให้องค์กรต้อง "ลดคน"
หากมองในมุมของนักยุทธศาสตร์ธุรกิจ การตัดสินใจแบบนี้มาจากแรงบีบสามด้านพร้อมกัน
แรงบีบที่หนึ่ง: คลื่นปัญญาประดิษฐ์ที่ซัดถล่มงานประจำ ในกรณีของ CBA มีอย่างน้อย 6 ตำแหน่งจาก 119 ตำแหน่งที่ถูกตัดออก ที่ระบุชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับระบบอัตโนมัติ ตัวเลขนี้ดูน้อยถ้ามองเฉพาะรอบนี้ แต่ถ้าย้อนดูเทรนด์ในรอบสองปีที่ผ่านมา จะเห็นว่างานที่หายไปส่วนใหญ่เป็นงานที่ "ทำซ้ำได้และมีรูปแบบชัดเจน" ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาแทนที่ได้ง่ายที่สุด
แรงบีบที่สอง: พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างถาวร สังเกตไหมครับว่า ตำแหน่งที่ถูกตัดในรอบนี้รวมถึง "ผู้จัดการสินเชื่อเคลื่อนที่" หรือคนที่ออกไปพบลูกค้าเพื่อช่วยทำเรื่องกู้บ้าน ซึ่งเคยเป็นหัวใจของการให้บริการแบบ "มนุษย์ต่อมนุษย์" แต่ในยุคที่คนรุ่นใหม่ขอสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชันได้ภายในไม่กี่นาที งานแบบนี้ก็เริ่มมีความจำเป็นน้อยลงเรื่อย ๆ
แรงบีบที่สาม: แรงกดดันจากผู้ถือหุ้นและตลาดหลักทรัพย์ บริษัทมหาชนทุกแห่งต้องโชว์ตัวเลขกำไรที่เพิ่มขึ้นทุกไตรมาส และวิธีง่ายที่สุดในการเพิ่มกำไรในระยะสั้นคือการลดต้นทุนบุคลากร ซึ่งโดยทั่วไปคิดเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดของค่าใช้จ่ายในธุรกิจบริการ
เสียงสะท้อนจากแนวหน้า: เมื่อพนักงานกลายเป็น "ตัวเลขในงบประมาณ"
ผลสำรวจล่าสุดจากสหภาพแรงงานภาคการเงิน หรือ FSU เผยตัวเลขที่น่าตกใจ พนักงาน CBA เกือบสามในสี่ และพนักงาน Bankwest ถึง 85% รู้สึกไม่พอใจกับระดับความมั่นคงในการทำงานของตัวเอง ที่หนักไปกว่านั้นคือ มากกว่าครึ่งหนึ่งของพนักงานทั้งสององค์กรเคยคิดที่จะลาออกในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาระงานที่หนักหน่วงและความไม่แน่นอน
จูเลีย แองกริซาโน เลขาธิการสหภาพแรงงานภาคการเงินแห่งชาติ พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ในขณะที่พนักงาน CBA ยังคงตั้งตัวไม่ติดจากการปลด 400 ตำแหน่งเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ตอนนี้พวกเขากำลังเผชิญกับการตัดอีก 119 ตำแหน่ง โดยดูเหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุด
ประโยคที่กินใจที่สุดคือคำกล่าวที่ว่า ธนาคารกำลัง "กลวงเอาบริการแนวหน้า" ออกไป ซึ่งรวมถึงผู้จัดการสินเชื่อเคลื่อนที่ ที่เปรียบเสมือน "ความเป็นมนุษย์" ของวงการธนาคาร
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่เป็นเรื่องของคุณภาพชีวิตของคนนับร้อย ที่จู่ ๆ ก็ต้องมาตั้งคำถามว่า "ฉันจะหาเลี้ยงครอบครัวต่อไปอย่างไร?"
บทเรียนจากเหรียญสองด้าน: มุมมองเชิงกลยุทธ์ที่คนทำงานยุคใหม่ต้องเข้าใจ
ก่อนที่จะด่าฝ่ายบริหารหรือสาปแช่งระบบทุนนิยม ลองมามองภาพรวมแบบเป็นกลางกันสักนิด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับ CBA ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายไปทั้งหมด และก็ไม่ใช่เรื่องดีไปทั้งหมดเช่นกัน
มุมมองจากฝั่งองค์กร
ในมุมของผู้บริหาร CBA ได้ลงทุนกว่า 90 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในระยะเวลาสามปี เพื่อสร้างโครงการ "บุคลากรแห่งอนาคต" หรือ Future Workforce programme เพื่อช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร โดยมีมาตรการต่าง ๆ รวมถึงโครงการ "ช่วงเปลี่ยนผ่านอาชีพ" แบบสมัครใจระยะเวลา 4 สัปดาห์
นี่คือสิ่งที่บริษัทยุคใหม่ต้องทำ ไม่ใช่แค่ "ปลด" แล้วจบ แต่ต้องมีระบบช่วยเหลือคนที่ถูกผลกระทบ ให้สามารถปรับตัวไปสู่งานใหม่ได้
มุมมองจากฝั่งพนักงาน
แต่ในมุมของพนักงาน คำถามที่สำคัญกว่าคือ "ทำไมต้องเป็นเรา?" และ "ทำไมต้องตอนนี้?" หลายคนทุ่มเทให้องค์กรมาเป็นสิบ ๆ ปี เชี่ยวชาญในงานที่ทำ มีทักษะเฉพาะทาง แต่กลับถูกทิ้งเมื่อบริษัทมองว่าตำแหน่งของพวกเขา "ไม่จำเป็นแล้ว"
ความเจ็บปวดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องของ "คุณค่าและตัวตน" ที่ผูกติดอยู่กับงาน
บทเรียนสำคัญสำหรับคนทำงานวัยสร้างตัว: รอดอย่างไรในโลกที่เปลี่ยนเร็วขนาดนี้
ถ้าคุณกำลังอ่านบทความนี้และเริ่มกังวลกับอนาคตการทำงานของตัวเอง นี่คือบทเรียนที่ผมอยากชวนคุณคิดต่อ
บทเรียนที่หนึ่ง: หยุดเชื่อในคำว่า "งานตลอดชีวิต"
ยุคที่พ่อแม่เราทำงานในบริษัทเดียวจนเกษียณนั้นจบไปแล้ว ตัวเลขจาก CBA แสดงให้เห็นว่า แม้แต่บริษัทขนาด 49,000 คนที่ดูมั่นคง ก็ยังต้องตัดคนได้ตลอดเวลา ความมั่นคงที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่บริษัท แต่อยู่ที่ทักษะของคุณเอง
บทเรียนที่สอง: ลงทุนในทักษะที่ "ปัญญาประดิษฐ์ทำแทนไม่ได้"
งานที่ถูกตัดในรอบนี้ส่วนใหญ่เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่ทำซ้ำได้ การตัดสินใจตามกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน และการประมวลผลข้อมูล สิ่งที่ปัญญาประดิษฐ์ยังทำแทนไม่ได้คือ ความเห็นอกเห็นใจ ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหาเชิงซับซ้อน และการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์
ถ้าคุณทำงานในสายที่ทำซ้ำได้ ลองถามตัวเองว่า "ฉันมีอะไรพิเศษที่หุ่นยนต์ทำแทนไม่ได้?"
บทเรียนที่สาม: สร้างหลายแหล่งรายได้
การพึ่งพารายได้จากบริษัทเดียวคือความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดในยุคนี้ คนรุ่นใหม่ที่ฉลาดเริ่มสร้างรายได้เสริมจากความสามารถของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการรับงานนอก การลงทุน การสร้างสินทรัพย์ดิจิทัล หรือการสร้างธุรกิจขนาดเล็กของตัวเอง
บทเรียนที่สี่: เครือข่ายความสัมพันธ์คือหลักประกันที่ดีที่สุด
จากการสำรวจของ FSU พนักงาน CBA และ Bankwest ที่กำลังคิดลาออก ส่วนใหญ่บอกว่ารู้สึก "โดดเดี่ยว" ในความไม่แน่นอน แต่คนที่มีเครือข่ายความสัมพันธ์แข็งแกร่ง มักจะหางานใหม่ได้เร็วและในตำแหน่งที่ดีกว่าเดิมเสมอ ลงทุนในความสัมพันธ์เหมือนที่ลงทุนในทักษะ
บทเรียนที่ห้า: เก็บเงินสำรองไว้อย่างน้อย 6 เดือน
นี่คือคำแนะนำพื้นฐานที่นักวางแผนการเงินทุกคนพูดมาตลอด แต่ในยุคที่บริษัทใหญ่อย่าง CBA ก็ยังตัดคนได้ทุกไตรมาส คำแนะนำนี้กลายเป็นกฎเหล็กที่ไม่ควรมองข้าม
มองไปข้างหน้า: โลกการทำงานในอีก 5 ปีจะเป็นอย่างไร?
จากแนวโน้มที่เห็นใน CBA และอีกหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก เราสามารถคาดการณ์ภาพรวมในอนาคตได้ว่า
งานที่จะหายไปก่อน: งานบริการลูกค้าระดับพื้นฐาน งานป้อนข้อมูล งานที่มีกระบวนการตายตัว งานวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น และงานเอกสาร
งานที่จะเติบโต: งานที่ต้องใช้ความคิดเชิงกลยุทธ์ งานที่ต้องการความเห็นอกเห็นใจในระดับสูง งานสร้างสรรค์ งานควบคุมและพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ และงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล
ทักษะที่จะมีค่าที่สุด: ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างรวดเร็ว ความฉลาดทางอารมณ์ การคิดเชิงวิพากษ์ ความสามารถในการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม และความสามารถในการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ
บทสรุป: เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส
ข่าวการปลดพนักงาน 119 คนของ CBA อาจดูเหมือนเป็นข่าวร้ายในต่างประเทศที่ไม่เกี่ยวกับเรา แต่ถ้ามองให้ลึก นี่คือ "กระจกเงา" ที่สะท้อนภาพอนาคตของโลกการทำงานทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
สิ่งที่คนทำงานวัยสร้างตัวควรนำกลับไปคิดต่อมีดังนี้
หนึ่ง อย่าวางใจกับสถานะปัจจุบันมากเกินไป ไม่ว่าตำแหน่งของคุณจะดูมั่นคงแค่ไหน การเปลี่ยนแปลงสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ จงเตรียมตัวเสมอ
สอง ลงทุนในตัวเองอย่างต่อเนื่อง เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกปี อ่านหนังสือเดือนละอย่างน้อยหนึ่งเล่ม เข้าคอร์สเรียนเมื่อมีโอกาส เพราะทักษะคือสิ่งเดียวที่ไม่มีใครมาแย่งจากคุณได้
สาม สร้างเครื่องป้องกันทางการเงิน เก็บเงินสำรอง ลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ และอย่าใช้จ่ายเกินตัวเพียงเพื่อภาพลักษณ์
สี่ สร้างคุณค่าที่หุ่นยนต์ทำแทนไม่ได้ ฝึกความเห็นอกเห็นใจ การคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาเชิงลึก เพราะนี่คือสิ่งที่จะทำให้คุณมีคุณค่าเสมอ
ห้า มองการเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาส ทุกวิกฤตที่บริษัทใหญ่เผชิญ คือโอกาสที่บริษัทเล็กและคนที่กล้าเริ่มต้นใหม่จะเติบโตขึ้นมาแทน อาจถึงเวลาที่คุณจะคิดถึงการสร้างเส้นทางอาชีพของตัวเอง
โลกการทำงานในอนาคตจะไม่ได้แบ่งคนเป็น "พนักงาน" และ "เจ้าของธุรกิจ" อีกต่อไป แต่จะแบ่งเป็น "คนที่ปรับตัวเร็ว" และ "คนที่ตามไม่ทัน" คำถามคือ คุณจะเลือกอยู่ฝั่งไหน?
คุณคิดอย่างไรกับการที่บริษัทใหญ่ทั่วโลกเริ่มลดพนักงานเพื่อนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้แทน? คุณกำลังเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร? และคุณคิดว่าทักษะใดที่สำคัญที่สุดสำหรับคนทำงานในอีก 5 ปีข้างหน้า?
Comments on “Commonwealth Bank ฟันคออีก 119 ตำแหน่ง”